www.africawithin.comในชีวิตอันแสนระทมขมขื่นของนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่ชื่อ Ludwig Van Beethoven นี้ เขาได้ดำรงชีวิตที่ไร้คู่มาตลอดจนกระทั่งชีวิตหาไม่ ในความเป็นจริง Beethoven เองก็ได้เคยมีความรักหลายต่อหลายครั้ง แต่ละครั้งที่เขาเกิดความรัก Beethoven ก็ได้มีผลงานออกมาเพื่ออุทิศกับหญิงที่ตนรัก Beethoven เคยมีรักที่ฝังใจเขาอย่างมากครั้งหนึ่ง ซึ่งได้ปรากฏจากหลักฐานที่เป็นจดหมายที่ค้นพบในกองกระดาษที่เขาเขียนโน๊ตบนโต๊ะของเขานั่นเองหลังจากที่ Beethoven ได้จากโลกไปแล้วซึ่งนับว่าเป็นจดหมายรักที่ลือชื่อของเขา จดหมาฉบับดังกล่าวมีวื่อว่า Immortal Belove ซึ่งแปลได้ว่า รักฝังใจ ซึ่งเขาได้พรรณาถึงความรักของเขาที่มีต่อหญิงหนึ่งอย่างไม่มีวันลืม
ส่วนชีวิตในด้านครอบครัวของ Beethoven นั้น เขามักจะกล่าวอยู่เสมอว่า เป็นเสมือนหนึ่งครอบครัวที่แพแตก ทุกๆคนในครอบครัวทั้งพี่ทั้งน้องต่างคนต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอด Beethoven มีชีวินที่ลุ่มๆดอนๆมาอย่างนี้ตลอดชั่วชีวิต เขาเกิดในยุคของ เกอร์เต้ และวิลเลอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิทและนักปราชญ์นักกวีผู้ยิ่งใหญ่ Beethoven กับเกอเต้มีอายุที่ต่างกันถึง ๒๑ ปี Beethoven ได้ให้ความนับถือเพื่อนผู้พี่ผู้นี้อย่างมาก และเกอเต้เพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถยับยั้งอารมณ์ร้ายของ Beethoven
หลังจากที่แสดง Symphony No. 9 ผ่านไปราวๆ ๒ ปี คือใน ค.ศ. ๑๘๒๖ สุขภาพของ Beethoven ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ หลานชายที่มาอยู่ด้วยก็จะกระทำอัตนิวิบาตกรรม แต่มีคนพบเห็นเสียก่อน จึงได้ถูกนำไปขึ้นศาลฐานพยายามฆ่าตัวตาย หลานชายได้รับสารภาพกับศาลว่าเขาได้ถูกลุงซึ่งก็คือ Beethoven บีบบังคับมากและไม่มีทางอื่นที่จะหนีความทนทุกข์ทรมานนี้ได้นอกเสียจากการฆ่าตัวตาย Beethoven จึงได้ส่งหลานชายไปอยู่กับ Johann น้องชายของ Beethoven อีกคนหนึ่ง ในขณะที่กลับจากนำหลานชายไปส่งให้น้องชาย Johann วันนั้นมีอากาศที่หนาวจัดมาก Beethoven นั่งรถฝ่าความหนาวกลับสู่เวียนนา และทำให้ Beethoven เป็นหวัดอย่างแรงและกลายเป็นนิวมิเนียในที่สุด พอหายจากนิวมอเนียก็เป็นโรคดีซ่่าน และโรคท้องมานติดตามมา Beethoven ต้องนอนซมซานเพราะโรคภัยเหล่านี้ด้วยความทนทุกข์ทรมานอยู่หลายเดือนจนหมอสุดความสามารถที่จะรักษา และในตอนบ่ายของวันที่ ๒๖ มีนาคม ๑๘๒๗ Beethoven ป่วยมากชนิดไม่ได้สติ อากาศก็กำลังปั่นป่วนพายุฝนโหมกระหน่ำอย่างหนัก มีลูกเห็บตกและฟ้าคะนองอย่างรุนแรง ฟ้าแลบแปลบปลาบอย่างน่ากลัวยิ่ง ในบัดดลนั้นเอง เสียงฟ้าคำรามลั่นเปรี้ยงกัมปนาทหวั่นไหวไปทั่ว ทำให้บ้านสั่นไปทั้งหลังแสงสว่างวาบจากสายฟ้าแลบได้พุ่งวูบเข้ามาจนถึงในห้องที่ Beethoven นอนหมดสติอยู่ ทำให้ Beethoven ลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง พร้อมกับยกมือข้างขวาไขว่คว้าไปมา แล้วก็ผงะหงายหลังลงกับพื้นเตียงสิ้นใจทันที วิญญาณของเขาได้ล่องลอยออกจากร่างไปพร้อมๆกับสายฟ้านั้น ในขณะที่มีอายุได้ ๕๗ ปี
Beethoven ได้จากโลกไปนานแสนนาน แต่บทเพลงอันเป็นอมตของเขายังคงดังกระหึ่มก้องกังวาลไปทั่วทุกมุมโลกอย่างไม่มีวันเสื่อมสูญไปเลย และแน่นอนว่า Beethoven ยังคงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของโลกดนตรีอยู่ตลอดคู่กับโลกใบนี้อย่างไม่มีวันสุดสิ้น
Beethoven ได้เขียน Violin Concerto in D Major Op. 61 ขึ้นในราวปี 1804-1807 เพื่อให้นักไวโอลิน Vienese และ Conductor แห่งโรงละครชื่อดังแห่งยุค Theater an der Wein เขาผู้นั้นคือ Franz Clement อายุเพียง 26 ปี Beethoven ได้เรียก Violin Concerto บทนีว่า Concerto per Clemenza pour Clement บทประพันธ์ดังกล่าว Clement มิได้ให้ความสนใจและยังกล่าวไว้อีกว่าประสพความสำเร็จได้ยาก ในคราวเปิดแสดงครั้งแรกนั้น โน๊ตเพลงยังเขียนได้ไม่เสร็จสมบูรณ์ ไม่ประติดประต่อในบางช่วงบางตอนจนสามารถกล่าวได้ว่า play some of it at sight แต่จากบทประพันธ์ที่ว่านี้ในภายหลังได้ถือเป็นแบบอย่างหรือแม่บทในการประพันธ์ดนตรีประเภท Concerto ต่อๆมา Classical pattern for all Concertos ซึ่งจะมีบท Orchestral Tutti เป็นบทนำมาก่อนที่จะมาถึงตัวเอกที่จะนำเสนอแนวทำนองที่แท้จริง และจากบทประพันธ์ที่ออกมายาวมากแทบเท่ากับบท Symphony ทำให้ Clement ได้นำเสนอเฉพาะ Movement แรก Allegro Ma non troppo แล้วก็หยุดพักครึ่งเวลาแรกหลังจากนั้นจึงนำเสนอใน Movement 2 Larghetto และ Movement 3 Rondo จนจบในครึ่งหลังของการแสดง และจากการกระทำดังกล่าวทำให้กลายมาเป็นธรรมเนียมถือปฏิบัติกันต่อๆมาหากมีการแสดง Violin Concerto ของ Beethoven จากการนำเสนอบทเพลงดังกล่าวจากการนำวงและการแสดงเดี่ยวไวโอลินจากฝีมือของ Clement แล้วก็เป็นอย่างที่ Clement ได้กล่าวไว้ หลังจากนั้นได้นำบท Concerto บทนี้ให้นักไวโอลินแนวหน้าที่เรียกตัวเองว่า Virtuoso นำเสนอต่อสาธารณะ ซึ่งนักไวโอลินมีชื่อเหล่านั้นอย่างเช่น Tomasini แสดงที่กรุง Berlin ในปี 1812, Baillot แสดงที่กรุง Paris ในปี 1828, Vieuxtemps แสดงที่กรุง Vienna ในปี 1833 และ Ulrich แสดงที่กรุง Leipzig ในปี 1826 แต่ก็ไม่ประสพผลสำเร็จมากนัก และในปี 1844 มีนักไวโอลินเด็กอายุเพียง 13 ปี ชื่อ Joseph Joachim ภายใต้การควบคุมวงของ Mendelssohn ในกรุง London ได้รับความสำเร็จอย่างดีเยียม และมีนักวิจารย์ดนตรีปากกล้าชาวเยอรมัน Dr. Wilhelm Altmann ได้กล่ววิจารย์เอาไว้ว่า Violin Concerto ของ Beethoven บทนี้ มิได้เขียนขึ้นมาไว้สำหรับนักไวโอลินหัวหงอกหัวเลาที่สำคัญตนว่าเป็นนักไวโอลินระดับ Virtuoso สักแต่เล่นไวโอลินเป็นเท่านั้นหากแต่ต้องมีความเข้าใจอันลึกซึ้งในการถ่ายทอดความรู้สึก เนื้อหาของบทเพลงไปยังผู้ฟังเป็นอย่างดีอีกด้วย ในครวนั้น Joseph Joachim ยังได้แสดงความสามาถเป็นพิเศษด้วยการแต่งเสริม Cadenza ออกมาได้อย่างสุดยอดอีกด้วย ภายหลังมีการแต่ง Cadenza จากฝีมือของ Fritz Kriesler อีกดวย จะอย่างไรก็ตาม บท Cadenza ของ Joseph Joachim ยังคงความนิยมเล่นจากบรรดานักไวโอลินรุ่นหลังๆอย่างมิเสื่อมคลาย สำหรับนักฟังที่ชื่นชอบผลงานของ Beethoven บทนี้ ไม่ควรพลาดที่จะฟังการเล่นไวโอลินอย่างนักไวโอลินผู้ยิ่งใหญ่อย่าง David Oistrakh หรือ อย่าง Isaac Stern ซึ่งนักไวโอลินทั้งสองท่านก็จากพวกเราไปแล้วเพียงแต่ยังทิ้งผลงานที่ได้มีการบันทึกไว้ให้พวกเราได้ชื่นชมกัน
ตอนแรกเราลังเลว่าจะcopyข้อมูลมาดีหรือเปล่า อย่างแรกคือละอายใจค่ะ ที่เจ้าของบทความอุตส่าห์พิมพ์แต่เราดันลอกมาทั้งดุ้น สองคือข้อมูลนั้นยาวมาก เกรงว่าถ้าไม่ย่อเพื่อนๆเห็นจะไม่อยากอ่านหรือเปล่า
พอดีเรามีหนังสือชีวประวัตินักดนตรีเอกของโลกค่ะ ตอนแรกเลยคิดจะทำข้อมูลเองโดยย่อเอาจากหนังสือ แต่พอย่อไปย่อมา ปรากฏว่ามันยาวไม่แพ้กันค่ะ ถ้าตัดบางส่วนที่ไม่สำคัญไป ข้อมูลอาจจะไม่น่าอ่านไปเลย เราเลยตัดสินใจคัดลอกมาค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ^^ll
ถ้าเพื่อนๆสนใจศึกษาชีวประวัติเหล่านี้ เราขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ค่ะ
'นักดนตรีเอกของโลก' ฉบับสมบูรณ์ โดย ทวี มุขธระโกษา สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์ มี2เล่มค่ะ หนึ่งเล่มจะมีประวัตินักดนตรีประมาณ 20 ท่าน ซึ่งประวัติแต่ละท่านก็ละเอียดและน่าสนใจมาก
ราคาเล่มละ 380 บาท แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพแล้ว ไม่แพงเลย เพราะมีทั้งข้อมูลที่ละเอียดชนิดหาในเน็ตเป็นภาษาไทยยังไงก็ไม่เจอละเอียดเท่านี้ ภาพเขียนของนักดนตรีแต่ละท่านในอริยาบทต่างๆ รายชื่อผลงานทั้งหมด รวมถึงลายเซ็นและภาพถ่ายของนักดนตรีบางท่านด้วย!
หาซื้อได้ที่ B2S ทุกสาขา(มั้ง) ตรงแผนกขายพวกหนังสือติว คู่มือประกอบการเรียนการสอนค่ะ แถวนั้นจะมีชั้นวางหนังสือประเภทประวัติบุคคลยู่ (เดินบ่อย)
...และแล้วก็กลายเป็นโฆษณาหนังสือเขาซะงั้นไป แต่ก็ภูมิใจนำเสนอจริงๆนะคะ !!