ถ้าใครดูเรื่องโนดาเมะแล้ว เราว่าต้องสนใจเรื่องราวของคอนดักเตอร์กันแน่ๆ วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ^^
ก่อนอื่น เราถามก่อนว่ามีใครรู้จักวาทยากรท่านนี้ไหมคะ? ท่านผู้นี้คือ คุณ บัณฑิต อึ้งรังษี ค่ะ...
บางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้น เอาล่ะ ไม่เป็นไรๆ ที่เรากล่าวถึงก็เพราะว่า ข้อความบางส่วนเราได้ยกเอาคำพูดของคุณ บัณฑิต อึ้งรังษี มาประกอบการอธิบายค่ะ !!
Conductor ภาษาไทยเรียกว่า วาทยากร หรือ ผู้อำนวยเพลง ถ้าอาวุโสก็จะเรียก มาเอสโตรค่ะ เราลองค้นหาดูหลายๆที่แล้ว แต่ละที่ก็อธิบายในทำนองเดียวกัน แต่ถ้าจะอธิบายให้น่าสนใจที่สุด คงต้องขอยกเอาคำพูดของคุณ บัณฑิต อึ้งรังษี ที่กล่าวถึงเมื่อตอนต้นมาค่ะ
"มีคนถามผมตลอดเวลา ว่าต้องมีวาทยากรด้วยหรือ
นักดนตรีก็มีโน๊ตอยู่แล้ว และเขาก็ไม่เห็นดูวาทยากรเลย ดูแต่โน้ต
ผมขอตอบไว้ ณ ที่นี้เลยครับว่าวาทยากรมีผลมาก
สามารถเปลี่ยนแปลงเสียงวงได้ภายในพริบตา
โดยเฉพาะวงยิ่งดีเท่าไร วาทยากรแทบไม่ต้องพูดอะไรเลย
ใช้ไม้กำกับอย่างเดียว วงก็เล่นได้ดีขึ้น (หรือแย่ลง)
ตามความสามารถของวาทยากร
เหมือนกับเปียโน จะเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะได้ คนเล่นต้องเก่ง
วาทยากรก็เหมือนมาเล่นเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง โดยเครื่องดนตรีเขา
คือวงออร์เคสตร้า สามารถเปลี่ยนเสียงวงดนตรีได้
เหมือนนักเปียโนเก่ง ทำให้เปียโนไพเราะ
ถ้าคนไปดูการแข่งขันวาทยากรระดับนานาชาติ ให้วาทยากร
เรียงคิวกันสิบคน กำกับวงคนละสิบนาที วงเดียวกัน
เพลงเดียวกัน แต่เสียงแตกต่างกันมาก เพราะวาทยากรที่ดี
สามารถดึงเอาศักยภาพของนักดนตรีทั้งหมดให้เล่นออกมาดีที่สุด
หน้าที่ของวาทยากรไม่ใช่แค่การสื่อสารโดยใช้ไม้บาตองเท่านั้น
แต่ต้องรู้จักการซ้อมวงที่มีประสิทธิ์ภาพ ซึ่งจะได้มาด้วยประสบการณ์
และต้องรู้จักประวัติศาสตร์และสไตล์ดนตรีต่างๆ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัฒนธรรมตะวันตกเป็นอย่างดี
ต้องศึกษาบทเพลงของวงออร์เคสตร้า (ซึ่งค่อนข้างซับซ้อน)
อย่างละเอียด
ต้องรู้เครื่องดนตรีทุกชนิด
ต้องเข้าใจจิตวิทยาของการนำคนกลุ่มใหญ่
ต้องมีหูที่ดี จับเสียงผิดได้ จากนักดนตรีที่เล่นพร้อมกันเป็นร้อยคน
ต้องมีความจำเป็นเลิศ"
จากหนังสือ "ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้" โดย บัณฑิต อึ้งรังษี
ได้ฟังอย่างนี้แล้ว หลายคนคงกำลังนึกถึงจิอากิแน่ๆ เราเองก็คิดอย่างนั้นค่ะ
ส่วนการคอนดักนี้ เราขออธิบายจากข้อมูลที่ปริ้นท์เก็บไว้นาน (จนลืมว่าเอามาจากไหน) ฉะนั้นถ้าเป็นของใครต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ - -"
ข้อมูลนี้เป็นการอธิบาย อย่างคร่าวๆ พอเป็นพิธีค่ะ
วาทยากรก่อนอื่นต้องยืนตัวตรงๆ รู้ว่าโฟกัสที่คนอื่นมองเราอยู่ไหน โดยมากช่วงที่มือขึ้นสูงสุดจะอยู่ในระดับสายตา และจุดที่มืออยู่ต่ำสุดโดยมากจะไม่ต่ำกว่าเอว (เพราะรอบรีบาวด์จะกว้างเกิน และวาดมือไม่ทัน)
จังหวะจะมี2แบบคือ ตก กับ ยกค่ะ ทุกครั้งที่มือ หรือ ไม้ตวัดลง แล้วหยุด คือจังหวะตก (Downbeat)
สังเกตง่ายๆคือ เพลงช้า จะมีช่วงรีบาวด์(วาดมือ)ที่กว้างกว่า ส่วนเพลงเร็วช่วงรีบาวด์อาจจะหดเหลือแค่ระดับสายตากับระหว่างคอกับอก
ในเรื่องของการวาดมือ หรือตวัดไม้ แบบเบสิคสุดๆคือ ขึ้น และ ลง อย่างไรก็ตาม ลองดูนี่นะคะ เผื่อจะหลากหลายขึ้น
เพราะเพลงแต่ละเพลง ย่อมมีจังหวะ รูปแบบที่แตกต่างกันไปค่ะ

(หน้าตาแบบนี้คุ้นๆไหมคะ...เราเพิ่งตัดมาจากwiki pediaร้อนๆเลย *w*)
การวาดมือในที่นี้ เราจะให้เป็นหน้าที่ของมือขวาค่ะ จะถือไม้หรือมือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ค่ะ
ไม้ในที่นี้ ถ้าอ่านโนดาเมะต้องคุ้นหูกับคำว่า ไม้บาตอง แน่ๆ (Baton เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าไม้ค่ะ อะไรที่เป็นแท่งนั่นแหละ จะไม้ธรรมดา ไม้เทนนิส สารพัดไม้ก็เรียกว่า บาตง/บาตอง หมด)
หน้าตาของบาตองในปัจจุบันเป็นแบบนี้ค่ะ
ที่ต้องมีบาตองก็ เขาอธิบายว่า เพื่อที่จะให้นักดนตรีที่อยู่ ณ สุดขอบเวทีอันไกลโพ้น มองเห็นได้ง่ายค่ะ
ส่วนอีกมือหนึ่ง ใครดูดราม่าต้องรู้แน่ๆ ประมาณว่าส่งสัญญาณ คุมเทมโป ไดนามิก...และอื่นๆอีกมากมาย (คนพูดเริ่มดำน้ำค่ะ)
เช่น เวลาแบมือ และหงายมือ จะเข้าใจทันทีว่า เบาลงๆ หรือถ้ากำมือไว้แปลว่าหยุด ประมาณนี้จ้ะ
อันนี้เป็นเกร็ดความรู้ค่ะ อยากรู้ไหมว่าวาทยากรระดับโลกมีรายได้เท่าไร?
จากหนังสือของคุณ บัณฑิต อธิบายไว้ว่า "รายได้ของวาทยากรระดับโลก รุ่นปรมาจารย์ เช่น ลอริน มาแซล หรือ สุบิน เมธา จะอยู่ระหว่าง 8 หมื่น-1แสน ดอลลาร์ (3ล้าน 2แสน - 4ล้านบาท) ต่อคืน..." 0[]0lll